SEO vs SEM ความเหมือนที่แตกต่างกัน

SEO-vs-SEM-pic

การทำตลาดบนโลกออนไลน์กลายเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างมากของการทำธุรกิจในยุคนี้ เพราะว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปหันหน้าเข้าสู่โลกออนไลน์มากขึ้นด้วย จะบอกว่าใครคุมตลาดออนไลน์ได้ ก็มีโอกาสสูงในธุรกิจด้วยก็ไม่ผิดนัก ทีนี้การทำตลาดออนไลน์มีสองคำที่คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันเลย คือคำว่า SEO กับ SEM สองคำนี้คืออะไร แตกต่างกันอย่างไรและจะนำมาใช้กับเว็บไซต์เราได้อย่างไร มาฟังคำอธิบายด้านล่าง

SEO คืออะไร

เริ่มกันที่คำแรกก่อนคำว่า SEO ย่อมาจากคำว่า Search Engine Optimization ตัวนี้แปลเป็นภาษาไทยแบบเข้าใจง่ายว่าการตลาดเพื่อการค้นหา คำอธิบายก็คือเราจะใช้ขั้นตอนบางอย่าง เพื่อทำให้เว็บไซต์ของเราสามารถขึ้นไปอยู่ในการค้นหาของเครื่องมือค้นหาชื่อดังอย่าง Google, youtube, bing, yahoo ให้ได้ เช่น เค้าค้นหาคำว่า อาหารเสริม พอกดค้นหาแล้วเราจะทำอย่างไรให้เว็บไซต์ของเราอยู่หน้าแรกในการค้นหาให้ได้ เพราะการติดอันดับค้นหาที่หน้าแรกผลที่ได้ก็คือเค้าจะมาดูเว็บไซต์เราก่อน ซึ่งอาจจะนำไปสู่การซื้อขายในเวลาต่อมาได้

SEM คืออะไร

คำที่สอง SEM คำนี้ย่อมาจากคำว่า Search Engine Marketing แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า การตลาดบนเครื่องมือค้นหา ตรงนี้เป้าหมายก็จะเหมือนกับ SEO นั่นก็คือ ความต้องการผลักดันเว็บไซต์ของเราให้เข้าไปอยู่ในการค้นหาจากเครื่องมือค้นหาต่างๆ ในคีย์เวิร์ดที่เราต้องการให้อยู่ในอันดับที่ดีที่สุด แต่จะใช้การจ่ายเงินเพื่อซื้อบริการจากเครื่องมือค้นหา เพื่อการมองเห็นก่อน แล้วนำไปสู่การเยี่ยมชมเว็บไซต์ แล้วปิดการขายในที่สุด ทั้งสองคำนี้แม้จะมีเป้าหมายเหมือนกันเรื่องผลักดันการค้นหาเว็บไซต์ของตัวเองให้อยู่ในอันดับที่ดี แต่รายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันเยอะทีเดียว

ช่วงเวลาในการดันอันดับ

เรื่องแรกที่มีความแตกต่างระหว่างแผนการตลาดสองตัวนี้ก็คือ ระยะเวลาในการดันอันดับ หากเป็น SEO ถ้าเราทำเองกว่าจะดันอันดับเว็บไซต์ขึ้นไปได้ต้องมีอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป เพราะมีขั้นตอนเยอะมาก แต่ถ้าหากจ้างเค้าทำระยะเวลาก็จะลดลงมาหน่อยเร็วสุดก็ 1 เดือนเป็นอย่างน้อย แต่ถ้าหากใช้วิธี SEM การดันอันดับไปสู่หน้าแรกของกูเกิ้ลจะใช้เวลาไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง เรียกว่า จ่ายเงินแล้วก็ได้เลยก็จบ

ค่าใช้จ่าย

การจะทำอันดับขึ้นไปติดหน้าแรกของกูเกิ้ลนั้น บอกเลยว่ายุคนี้ไม่ง่ายเหมือนเก่าแล้ว ยิ่งถ้าเป็นคีย์เวิร์ดที่มีความต้องการสูงยิ่งยากขึ้นไปอีก ทีนี้มาว่ากันเรื่องค่าใช้จ่าย ถ้าเป็น SEO แบบจ้างเค้าทำ ขึ้นอยู่กับคีย์ด้วย หากเป็นคีย์ที่แข่งขันสูงราคาจะแพงกว่าที่เราคิดเอาไว้ แต่หากเป็น SEM ถ้าเป็นคีย์เดียวกัน ยังไงก็แพงกว่าใช้บริการ SEO มาก แต่แลกมากับความรวดเร็วและชัวร์

ตำแหน่งในการค้นหา

อีกหนึ่งเรื่องที่มีความแตกต่างเล็กๆ แต่ได้ผลยิ่งใหญ่ ก็คือ ตำแหน่งของเว็บไซต์ที่เราใช้แผนการตลาดทั้งแบบ SEO กับ SEM ถ้าเป็นแบบแรก เราจะอยู่ในอันดับหน้าแรก ถ้าไม่มีใครมาซื้อไปก็จะอยู่บนสุด แต่หากเป็นวิธี SEM เราจะได้อยู่บนสุดหรืออันดับที่ 2-3 ตามลำดับเงินที่จ่าย หรือ ประมูลไป บางครั้งอาจจะไปอยู่ทางด้านข้างของการค้นหาด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นก็คือตรงด้านล่างชื่อเว็บไซต์จะมีคำว่า AD ด้วยเพื่อแสดงให้คนค้นหาเห็นว่า เว็บไซต์นี้ใช้การจ่ายเงินเพื่อเข้าอันดับมานะ ต้องมองอีกมุมว่า หากมีคำนี้ คนเข้าเว็บบางคนอาจจะเลื่อนไปเพราะคิดว่าเข้าไปก็เจอโฆษณาเป็นต้น

จากความแตกต่างนี้ ถามว่ายุคนี้ต้องใช้วิธีแบบไหนถึงจะได้ ต้องตอบว่าควรใช้ทั้งสองวิธีการให้ถูกช่วงเวลา หากเป็นช่วงเว็บไซต์ตั้งไข่แล้วมีทุนอาจจะใช้ SEM นำไปก่อนแล้วใช้ SEO ควบคู่กัน พอเว็บดังแล้วก็เลิกใช้ SEM (เลิกจ่าย) แล้วมาดัน SEO แทนก็ได้ ต้องวางแผนให้ดี